- 25
- 161
- 53
- 0 (0)
คนหนึ่งคืออัศวินร่างยักษ์ผู้ซื่อตรง อีกคนคือสหายเจ้าเล่ห์ผู้ซ่อนสายเลือดมังกรที่ถูกลืมเลือน ท่ามกลางงานประลองแอชฟอร์ด โชคชะตากำลังเล่นตลกร้ายกับพวกเขาทั้งคู่
คนหนึ่งคืออัศวินร่างยักษ์ผู้ซื่อตรง อีกคนคือสหายเจ้าเล่ห์ผู้ซ่อนสายเลือดมังกรที่ถูกลืมเลือน ท่ามกลางงานประลองแอชฟอร์ด โชคชะตากำลังเล่นตลกร้ายกับพวกเขาทั้งคู่
"คนอื่นสู้เพื่อบัลลังก์เหล็ก แต่ข้าสู้เพื่อพายแอปเปิ้ล... ใครขวางทางกิน มีกินหัว!"
เมื่อเด็กชายผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นปิศาจ กลับมีหัวใจที่ลุกโชนยิ่งกว่าดวงอาทิตย์! 'หน้าที่ของผู้แข็งแกร่ง คือการปกป้องผู้อ่อนแอ' นี่คือวิถีนินจาที่แผดเผาทุกขีดจำกัดของผมครับ!
เมื่อน้องชายฝาแฝดของจอน สโนวโตในแดนผึ้ง ไลมัน ฟราวเวอร์ ลูกนอกสมรส(ปลอม)แห่งฮันนี่ฮอล กับการเกี่ยวพันในมหาศึกชิงบัลลัง มันจะเป็นอย่างไร
ในยุคที่โลกหมุนเร็วเสียจนทุกคนลืมวิธีหยุดพัก มีเพียงชายคนเดียวที่จำได้ว่า... ฝันที่งดงามที่สุดเริ่มต้นจากการหลับตา
เกิดเป็น จอน สโนว์ ว่าแย่แล้ว... แต่ต้องมามีชีวิตตามคอมเมนต์พวกคุณเนี่ย แย่กว่า!
พรสวรรค์ระดับพระเจ้า หรือจะสู้ดวงซวยระดับนรกแตก? เมื่อชีวิตนักเตะไม่ได้จบแค่ที่ปลายสตั๊ด แต่อยู่ที่ พวกคุณ จะเลือกทางเดินให้ผม!
ข้าไม่ต้องการบัลลังก์ ไม่ต้องการสงคราม ข้าต้องการแค่ขนมหวานหลังมื้อค่ำ... และบทกลอนที่ไม่ถูกสาป เมกอร์ ทาร์แกเรียน, มังกรไร้บัลลังก์ แห่งหุบเขา
"จากเด็กชายที่ทำอะไรไม่เอาไหน สู่พลแม่นปืนมือหนึ่งในนาม 'NB' เมื่อไม่มีโดราเอมอนคอยช่วย นี่คือการเดิมพันชีวิตด้วยพรสวรรค์เพียงหนึ่งเดียว... บนเส้นทางสู่โอลิมปิก 1984"
เสียงฟ้าคำรณจากเท้าขวาที่เคยสั่นสะเทือนยุโรป ถูกดับลงด้วยแรงปะทะที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด... แต่เมื่อลูกผู้ชายยังมีลมหายใจ พื้นหญ้าจะเรียกขานเขากลับมาอีกครั้ง
เลิกเขียนบทให้คนอื่นตาย แล้วมาแก้ทางตายให้ตัวเอง! เมื่อนักเขียนฟรีแลนซ์หลุดเข้าไปเป็น 'กี' ตัวเอกนิยายแฟนฟิคที่ตัวเองเขียน สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่กู้บัลลังก์เหล็ก แต่คือการเอาตัวรอดในโลกแสนโหดของลุงจอช
คนทั้งประเทศตราหน้าว่าเขาคือ 'คนทรยศ' แต่ไม่มีใครรู้เลยว่า... เขาต้องแลกด้วย 'ชีวิต' เพื่อรักษาความสัตย์จริง
"เมื่อแฝดผู้น้องผมแดงสายเลือดอุสึมากิ ผู้ถูกตราหน้าว่าขี้เกียจและไร้ค่า ต้องลุกขึ้นสู้ด้วย 'ดาบตัดสายลม' เพื่อล้างแค้นให้อาจารย์ และปกป้องพี่ชายภายใต้วิถีนินจาที่เขาเลือกเอง!"
"อาหารต้องทำด้วยใจ... ไม่ใช่ทำด้วยอัตตา! ถ้ามึงยังแยก 'ความสร้างสรรค์' ออกจาก 'ความฉิบหาย' ไม่ได้ ก็วางตะหลิวแล้วไปเป็นเด็กล้างจานใหม่ไป๊!"
