
จ้าวเว่ยเว่ยสาวน้อยทะลุมิติพร้อมกระจกวิเศษ เล่ม.2
- 41.92Kจำนวนคำ
- 339จำนวนหน้า (A5)
- 2.31Kยอดวิว
- PG ทั่วไประดับเนื้อหา
- PDF/EPUBประเภทไฟล์
- 7 ส.ค. 67วันที่วางขาย
ผ่านไป 2 วันหัวหน้าหมู่บ้านก็ให้ลูกชายมาตามนางจ้าวเม่ยให้ไปที่บ้านอีกครั้ง เมื่อจ้าวเม่ยและจ้าวเว่ยเว่ยเดินจูงมือเจ้ารองและเจ้าเล็กมาด้วย เพราะว่าไม่อยากจะปล่อยให้สองพี่น้องอยู่บ้านกันสองคน เมื่อมาถึงก็เห็นหัวหน้าหมู่บ้านนั่งรออยู่แล้วพร้อมกับกระดาษแผนที่วางอยู่ตรงหน้า จ้าวเว่ยเว่ยนั้นไม่ได้เดินมามือเปล่าแต่นางนำน้ำตาลแดงและขาหมูขนาดไม่ใหญ่มากมาด้วย เพราะว่าพวกนางทราบว่าลูกสะใภ้ของหัวหน้าหมู่บ้านนั้นเพิ่งจะคลอดลูกชายดังนั้นพวกนางจึงนำของบำรุงให้มาฝากด้วย เมื่อเห็นว่าท่านหัวหน้าหมู่บ้านรออยู่นางจึงนำขาหมูและน้ำตาลเข้าไปหานางเจียงเหย่าที่ยืนรอต้อนรับอยู่และได้ให้น้องชายและน้องสาวเข้าไปเล่นกับหลานๆ ของ หัวหน้าหมู่บ้านที่กำลังยืนมองอยู่เมื่อเด็กสองคนเดินไปถึงก็ดึงถุงลูกอมออกมาทันและพวกเขาแบ่งให้หลานของหัวหน้าหมู่บ้านคนละเม็ดและพวกเขาก็จูงมือไปเล่นลูกแก้วด้านในบ้านต่อ “มาดูที่ดินที่พวกเจ้าต้องการสิว่าต้องการมากแค่ไหน พื้นที่รอบๆ นี้ยังไม่มีใครจับจองมันยาวมาถึงภูเขาที่อยู่ด้านข้างนี้ด้วย ราคาของที่ดินอยู่ที่หมู่ละ 20 ตำลึงเงินแต่ว่าข้าได้บอกกับทางราชการไปว่าเป็นที่ดินร้างพวกเขาก็เลยบอกว่าหากซื้อมากกว่า 10 หมู่ก็ให้ลดราคาลงได้ที่ราคาหมู่ละ 18 ตำลึงเงิน พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร และต้องการกี่หมู่?” หัวหน้าหมู่บ้านชี้ให้ดูตามแผนที่ว่าบริเวณไหนบ้างที่เป็นพื้นที่ว่างและราคาเท่าไหร่ จ้าวเว่ยเว่ยมองดูตามแผนที่และเห็นว่าด้านหลังภูเขาอีกลูกที่หัวหน้าหมู่บ้านชี้ให้ดูนั้นขีดเป็นเส้นคดเคี้ยวจึงถามขึ้นมา “เส้นที่คดเคี้ยวนี้คืออะไรหรือเจ้าคะ?” “ออ! อันนี้เป็นลำธารเล็กๆ นะ แต่ว่าถึงจะเล็กแต่ก็มีน้ำทั้งปีนะ เพียงแต่มันไกลจากที่ของพวกเจ้าสักหน่อย” หัวหน้าหมู่บ้านอธิบาย “เช่นนั้นบริเวณนี้ข้าก็สามารถซื้อได้หรือเจ้าคะ? ” เมื่อจ้าวเว่ยเว่ยเห็นบริเวณที่เป็นลำธารยาวนั้นก็มีความคิดอย่างหนึ่งขึ้นมา ตอนนี้นางไม่ต้องการปลูกบ้านในบริเวณภูเขาร้างที่ตระกูลจ้าวให้มาแล้วแต่ต้องการที่จะปลูกใกล้กับลำธารนั้นจะดีกว่า เพราะว่าหากนางต้องการจะปลูกผักนางสามารถใช้วิธีผันน้ำเข้ามาในไร่ของนางได้ และเท่าที่ดูภูเขาลูกนี้เป็นเนินไม่สูงมากหากว่าปลูกบ้านบริเวณนี้แล้วปลูกผักปลูกดอกไม้จะต้องสวยมาแน่นอน “ซื้อได้!! ซื้อได้!! บริเวณนี้ทั้งหมดสามารถซื้อได้ข้าถามมาแล้ว เพราะจริงๆ ข้าก็ไม่ได้อยากให้พวกเจ้าปลูกบ้านในที่ดินที่บ้านจ้าวให้มาหรอก เฮ้ออ! อย่างที่พวกเจ้ารู้นั้นล่ะ วันดีคืนดีพวกเขาอาจจะสร้างปัญหาให้พวกเจ้าได้ถึงแม้ว่าจะมีสัญญามีพยานแล้ว แต่ว่าคนพาลอย่างไรก็เป็นคนพาลวันยังค่ำ ถ้าหากว่าพวกเจ้าจะซื้อที่ใหม่แล้วสู้ไปปลูกบริเวณของตัวเองจะดีกว่านะ” หัวหน้าหมู่บ้านนั้นอย่างที่ทราบคือรู้นิสัยของลูกบ้านทุกคนดีเขาเลยไม่อยากจะให้จ้าวเม่ยไปสร้างบ้านบนที่ดินร้างแห่งนั้นหากว่าสามารถซื้อที่ใหม่ได้ “เช่นนั้นข้าต้องการบริเวณนี้ทั้งหมดเจ้าค่ะ รวมทั้งภูเขานี้ด้วย” จ้าวเว่ยเว่ยชี้บริเวรรอบๆ ภูเขาและลำธารนั้นและเลยมาถึงพื้นที่ที่ติดกับที่ดินร้างของตระกูลจ้าวซึ่งเธอซื้อเอาไว้แค่นิดหน่อยให้พวกมันแค่เชื่อมกันเท่านั้น ไม่แน่หากว่าในอนาคตมีปัญหาเกิดขึ้นพวกนางก็ทำรั่วกำแพงกั้นซะก็สิ้นเรื่อง “อะ...เอาทั้งหมดเลยหรือนังหนู จ้าวเม่ยเจ้าก็เห็นด้วยกับนังหนูนี้หรือ?” เพราะว่าตั้งแต่แรกเป็นจ้าวเว่ยเว่ยที่พูดคุยกับเขาเรื่องที่ดิน ทำให้เขาต้องถามเพื่อความแน่ใจ เพราะว่าถ้าหากเอาทั้งหมดตามที่นังหนูนี้ต้องการมันคือพื้นที่เกือบ 400 หมู่เลยนะ นี้แสดงว่าโชคที่พวกนางพบบนภูเขานั้นใหญ่มากทีเดียว เพราะเท่าที่เขาคำนวณดูถ้าซื้อทั้งหมดมันเป็นเงินเกือบ 7200 ตำลึงเงินทีเดียวไหนจะเงินสร้างบ้านและทำรั่วอีก อาจจะถึง 10000 ตำลึงก็เป็นได้ เขาคิดพลางถอนหายใจในความโชคดีของคนบ้านนี้ที่พอหลุดพ้นจากบ้านตระกูลจ้าวก็รุ่งเรืองมากจริงๆ “ทั้งหมดนี้มันยังมีบริเวณที่เป็นป่ามีหญ้าขึ้นสูงมากอยู่นะ ถ้าให้แรงงาน 50 คนที่รับมาทำงานสร้างบ้านอาจจะช้าก็เป็นได้ ...เออ เออ คือว่าอย่างนี้นะนังหนู พอดีมีพวกผู้หญิงลายคนมาถามข้าเหมือนกันว่าเจ้าพอจะรับพวกเขาทำงานด้วยได้หรือไม่ เท่าที่ข้าดูคนที่มาถามเป็นคนที่ขยันขันแข็งกันทุกคนนะ คือว่า พวกเขาอยากจะหาเงินช่วยครอบครัวเพื่อซื้ออาหารมาเก็บเอาไว้ก่อนหิมะตกนะ เจ้าจะว่าอย่างไร? ” หัวหน้าหมู่บ้านนั้นเมื่อเห็นว่าจ้าวเว่ยเว่ยจะซื้อที่เยอะขนาดนี้น่าจะต้องจ้างคนเพิ่ม และเขาก็อยากจะช่วยบ้านที่ไม่มีผู้ชายแต่ว่ามีเพียงผู้หญิงที่ทำงานเท่านั้นด้วยนะสิ “ได้สิเจ้าคะขอเพียงพวกเขาขยันข้ารับหมดทั้งผู้หญิงและผู้ชายและก็หากมีเด็กที่อายุ 10 ขวบขึ้นไปก็สามารถรับมาทำงานได้นะเจ้าคะ แต่ว่าค่าแรงอาจจะไม่เท่ากับพวกผู้ใหญ่และให้ท่านจัดหางานที่เหมาะสมกับพวกเขาด้วย งานนี้ถือว่าเป็นงานใหญ่ ข้าคงจำเป็นต้องอาศัยพวกท่านแล้วเจ้าค่ะ และคราวนี้ข้าไม่อาจจะให้พวกท่านทำโดยไม่มีค่าจ้างได้ หัวหน้าหมู่บ้านต้องรับนะเจ้าคะ หากว่าท่านไม่รับ ข้าอาจจะต้องพิจารณาเรื่องการซื้อที่อีกครั้งหนึ่งหรือไม่ก็อาจจะไปดูที่ที่หมู่บ้านข้างๆ ก็เป็นได้ หากข้าซื้อที่เยอะขนาดนี้เขาอาจจะเอาชื่อพวกข้าเข้าทะเบียนของหมู่บ้านเขาทันทีก็ได้ จริงหรือไม่เจ้าคะท่านแม่” จ้าวเว่ยเว่ยหาแนวร่วมทันทีซึ่งจ้าวเม่ยก็พยักหน้าแรงๆ ตามลูกสาว “รับ!! รับ!! รับ!! คราวนี้พวกข้ารับพวกเจ้าอย่าย้ายไปนะนังหนู ไหนๆ เจ้าก็เกิดที่หมู่บ้านเลียงนี้แล้วอย่าย้ายไปที่อื่นเลยนะ คราวนี้พวกข้ารับเงินแล้วเจ้าจะให้เท่าไหร่ก็รับ” หัวหน้าหมู่บ้านที่ถูกบังคับทางอ้อมให้รับเงินจำเป็นต้องรับปากทันที หากว่าครอบครัวนี้ย้ายไปที่อื่นเขาที่ประกาศเรื่องการสร้างบ้านและค่าแรงไปแล้วต้องถูกชาวบ้านเล่นงานแน่นอนที่ทำให้บ้านจ้าวเม่ยไม่พอใจ ดังนั้นให้เงินมาเขาจะรับทำงานให้เอง เมื่อตกลงกันได้แล้ว พวกเขาก็ทำสัญญากันทันทีโดยหัวหน้าหมู่บ้านจะพาชาวบ้านไปวัดพื้นที่และทำเขตกั้นเพื่อทำรั่วหลังจากนั้นก็จะเริ่มให้ชาวบ้านเข้าถางหญ้าทำความสะอาดพื้นที่เพื่อจะเริ่มสร้างบ้าน ส่วนเงินที่จะต้องจ่ายให้กับทางการนั้นทั้งหมดเป็นเงิน 7300 ตำลึงเพราะว่าจะมีค่าแรงที่จะให้เจ้าหน้าที่มาดูการวัดด้วยซึ่งจ้าวเว่ยเว่ยบอกว่าจะกลับไปเอาเงินที่บ้านมาจ่ายเลย นางวิ่งหายไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับตั๋วเงินหลายใบ เมื่อจ่ายเงินครบแล้วจ้าวเว่ยเว่ยยังให้เงินค่าเข้าไปในเมืองเฟิงเพื่อดำเนินการกับหัวหน้าหมู่บ้านอีก 50 ตำลึง ซึ่งคราวนี้เขารับมาทันแบบไม่อิดออดเลย ช่วงสายของวันนั้นหัวหน้าหมู่บ้านก็ตีเกราะอีกครั้งและครั้งนี้เขาประกาศว่าแรงงานที่จะรับทั้งเขารับทั้งผู้หญิงและเด็กที่อายุ10 ขวดขึ้นไป ข่าวนี้สร้างความดีใจให้กับชาวบ้านมากพวกเขาต่างก็รีบกลับบ้านเพื่อแจ้งข่าวให้คนที่บ้านทราบ เมื่อเสร็จเรื่องกับบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านจ้าวเว่ยเว่ยก็ชวนท่านแม่และน้องๆ กลับบ้าน พวกนางเข้าบ้านไม่นานที่หน้าบ้านก็มีเสียงเรียกขึ้นมาเบาๆ จ้าวเว่ยเว่ยนั้นเดินออกมาที่หน้าบ้านนางเห็นหญิงชราที่ดวงตาพร่ามัวและที่กำลังเดินจูงนางมานั้นคือเด็กชายร่างกายผอมแห้งมากคนหนึ่ง เขานั้นตัวเล็กและผอมยิ่งกว่าน้องชายนางเสียอีก เจ้าเด็กน้อยเมื่อเห็นว่าจ้าวเว่ยเว่ยมองจ้องเขาก็รีบก้มหน้าลงทันที ขณะนั้นจ้าวเม่ยก็เดินออกมาที่หน้าบ้านด้วย และเอ่ยทักหญิงชราคนนั้นทันที “แม่เฒ่าชุนท่านมาหาข้าที่บ้านมีอะไรหรือไม่เจ้าคะ มา มาเข้ามาข้างในบ้านก่อน” จ้าวเม่ยนั้นรู้จักแม่เฒ่าชุนดี บ้านของพวกนางอยู่ไม่ไกลจากบ้านนี้นัก แม่เฒ่าชุนนั้นอยู่กับหลานชายอายุ 9 ขวบและหลานสาวอายุ6 ขวบ ส่วนลูกชายและสะใภ้ของป้าชุนนั้นเสียชีวิตหมดจากพายุหิมะถล่มหลายปีก่อน นางจึงได้เลี้ยงหลานมาตามลำพัง ตอนแรกดวงตาของนางไม่ได้เป็นเช่นนี้ แต่ว่าเพราะนางขึ้นภูเขาเพื่อหาอาหารทำให้ถูกงูพิษฉกตัวนางหลบได้แต่ว่าดวงตากลับถูกพิษที่งูตัวนั้นพ่นออกมาทำให้นางตาบอดหนึ่งข้าง ครอบครัวนี้จึงได้ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากมาตลอด แต่ว่าพวกชาวบ้านที่สงสารก็มีหยิบยื่นอาหารให้พวกเขาบ้าง “เอออ… แม่เว่ยเว่ย พอดีข้าได้ยินมาว่าบ้านเจ้ารับคนงานทำความสะอาดพื้นที่ที่จะสร้างบ้านใหม่ใช่หรือไม่” นางเอ่ยถามเบาๆ “ใช่แล้วแม่เฒ่าตอนนี้หัวหน้าหมู่บ้านนั้นกำลังรับสมัครชาวบ้านให้ข้าอยู่” “คือว่าข้ารู้มาว่าพวกเจ้ารับให้ผู้หญิงและเด็กที่อายุ 10 ขวบทำงานได้ เออ คือ..คือว่า..หลานชายของข้า เจ้าเฉินอี๋ปีนี้เขาอายุ 9 ขวบ..เออ คือว่า หากว่าเขาอยากจะทำงานนี้ด้วยจะได้หรือไม่?” แม่เฒ่าชุนนั้นถามออกไปด้วยความเกรงใจแต่ว่าหลานชายของนางอยากจะทำงานนี้มาก เท่าที่หลานของนางบอกนั้นคือ บ้านจ้าวเม่ยนั้นให้ค่าแรงผู้ใหญ่สูงมาถึง 50 อีแปะต่อคนและยังมีอาหารกลางวัน และตอนเช้าเป็นซาลาเปาน้ำเต้าหู้ให้อีก เขานั้นต้องการจะทำงานนี้มาก เพราะว่าตอนนี้ที่บ้านเขาไม่มีเงินเลย และตอนนี้ก็ใกล้จะหิมะตกทุกทีแล้ว เขากลัวว่าท่านย่าและน้องสาวของเขา พวกเขาจะไม่สามารถที่ผ่านหน้าหนาวนี้ไปได้ จึงได้ให้ท่านย่าบากหน้ามาของานนี้ทำแม้ว่ามันจะผิดกฎที่หัวหน้าหมู่บ้านบอกก็ตาม...เจ้าเว่ยเว่ยมองดูสองย่าหลานแล้วก็อดเห็นใจไม่ได้ ที่บ้านไม่มีผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่เลยแล้วแบบนี้พวกเขาจะอยู่กันอย่างไร.. นางจึงพยักหน้าให้ท่านแม่ตกลง รับพวกเขามาทำงานได้ สองย่าหลานนั้นดีใจมากที่บ้านจ้าวเม่ยรับเขาทำงานนี้ด้วย สองย่าหลานเอ่ยขอบคุณสองแม่ลูกซ้ำแล้วซ้ำเล่าและพวกเขาซาบซึ้งในมากที่พวกนางได้ช่วยเหลือพวกเขาในครั้งนี้ ขณะที่เดินกลับบ้านพวกเขาน้ำตาไหลไปตลอดทางเพราะคิดว่าปีนี้พวกเขารอดแล้ว... ส่วนจ้าวเว่ยเว่ยนั้นตอนนี้นางรู้ว่ามีปัญหานี้เกิดขึ้นแล้วหากรับหนึ่งคนก็จะต้องรับสองคน นางจึงได้คิดวิธีการใหม่ในการช่วยเหลือชาวบ้านเลียงซึ่งจะไปบอกกับหัวหน้าหมู่บ้านพรุ่งนี้ ขณะนั้นเองภายในกล่องที่เก็บกระจกโบราณของจ้าวเว่ยเว่ย ก็มีแสงสีทองสว่างวาบขึ้นมาอีกครั้งและรอยร้าวตรงมุมกระจกก็เริ่มประสานกันยาวขึ้นมาอีก2 เซ็นติเมตร... *** กระจกวิเศษเริ่มจะประสานกันบางแล้ว อีกไม่นานคงจะมีพลังกลับมาเหมือนเดิมแน่****