
หลิวซินซิน วิศวกรสาวทะลุมิติพลิกแผ่นดิน เล่มจบ
- 31 ตอนสารบัญ
- 76.28Kจำนวนคำ
- 742จำนวนหน้า (A5)
- 310ยอดวิว
- PG ทั่วไประดับเนื้อหา
- PDF/EPUBประเภทไฟล์
- 13 มี.ค. 69วันที่วางขาย
ตอนพิเศษ : "ไม่เมาเหล้า…แต่เรายังเมารัก” "เสร็จสิ้นพิธี... ส่งตัวเข้าหอได้เลยเจ้าค่ะ!!!" ยามวิกาล ณ ห้องหอ จวนแม่ทัพพิชิตดินแดน เสียงงานเลี้ยงฉลองด้านนอกเริ่มซาลง เหลือเพียงความเงียบสงัดและกลิ่นหอมของเทียนมงคลที่อบอวลไปทั่วห้องนอนใหญ่ หลิวซินซินนั่งอยู่บนขอบเตียงนุ่ม มือเล็กๆ พยายามจะแกะเครื่องประดับผมที่หนักอึ้งออกอย่างทุลักทุเล นางบ่นอุบอิบถึงความรุ่มร่ามของชุดจีนโบราณ จนกระทั่งบานประตูห้องถูกเปิดออกช้าๆ ร่างสูงใหญ่กำยำของฉีเจิ้นก้าวเข้ามา เขาปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา นัยน์ตาพยัคฆ์ที่เคยดุดัน บัดนี้ฉ่ำเยิ้มและร้อนแรงด้วยฤทธิ์สุรา และฤทธิ์แห่งความปรารถนาที่เก็บกักมาแสนนาน "ให้ข้าช่วยนะ..." เสียงทุ้มพร่ากระซิบข้างใบหู พร้อมกับฝ่ามือร้อนระอุที่เอื้อมมาช่วยแกะปิ่นปักผมทองคำออกให้อย่างอ่อนโยน กลิ่นกายบุรุษที่ผสมปนเปกับกลิ่นไม้จันทน์ทำให้ซินซินรู้สึกหน้าร้อนผ่าว หัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมา เมื่อเครื่องประดับชิ้นสุดท้ายหลุดออก เส้นผมสีดำสนิทดุจแพรไหมก็ทิ้งตัวลงมาคลุมไหล่บาง ฉีเจิ้นโน้มใบหน้าลงซุกไซ้ที่ซอกคอหอมกรุ่น สูดดมความหวานอย่างตะกละตะกลาม "ท่านแม่ทัพ! ท่านเมาแล้วนะเจ้าคะ" “เรียกข้าว่า พี่ฉี!!! (เสียงพากย์ พันธมิตร...) ” ฉีเจิ้นบอกเสียงกระเส่า ซินซินพยายามดันแผงอกแกร่งออกเบาๆ แต่สัมผัสได้เพียงมัดกล้ามเนื้อตึงแน่นดุขินผา ฉีเจิ้นไม่ตอบ ทว่าเขากลับชะงักไปครู่หนึ่ง รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างคนที่ถือแต้มเหนือกว่า เขาจำได้ถึงวิชาลับมหาเสน่ห์ที่พ่อจักรเรียกไปกำชับนักหนาหลังเลิกงานเลี้ยง "ไอ้ทิดฉี! คืนเข้าหอเนี่ย กลอนไทยคืออาวุธร้ายแรง จำที่ข้าสอนไว้ให้ดี ท่องให้ได้อารมณ์สุนทรภู่ รับรองลูกสาวข้าละลาย!" แม้ว่าฉีเจิ้นจะไม่รู้ว่า สุนทรภู่เป็นผู้ใด แต่เขาคิดว่าเสด็จพ่อฮ่องเต้ไม่น่าจะหลอกเขา เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็นลูกเขยแล้ว ฉีเจิ้นสูดลมหายใจเข้าลึก เขาสลัดมาดแม่ทัพใหญ่ผู้เย็นชาทิ้งไป ก่อนจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของซินซิน แล้วเริ่มเอื้อนเสียงทุ้มต่ำที่พยายามเลียนแบบท่วงทำนองการอ่านทำนองเสนาะแบบไทยแท้ที่พ่อจักรติวเข้มมาให้! "ไม่เมาเหล้าแต่เรายังเมารัก” “สุดจะหักห้ามจิตคิดไฉน" ฉีเจิ้นท่องไปพลาง พยายามขยิบตาให้ดูแพรวพราว แต่ด้วยใบหน้าคมดุรอยแผลเป็นจางๆ มันเลยออกมาดูเหมือนเขากำลังข่มขู่ศัตรูในสนามรบมากกว่าจะเกี้ยวสาว! "ถึงเมาเหล้าเช้าสายก็หายไป” “แต่เมาใจนี้เป็นประจำทุกค่ำคืน!" ซินซินชะงักกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง ก่อนจะหลุดหัวเราะพรวดออกมาจนตัวงอ นางนึกไม่ถึงว่าพ่อจักรของนางจะแกงท่านแม่ทัพใหญ่แห่งจักรวรรดิฉงเย่วได้ถึงขนาดนี้! "ท่านแม่ทัพ! ฮ่าๆๆๆ! นี่ท่านไปจำมนต์บทนี้มาจากพ่อข้าจริงๆ หรือเจ้าคะ?" ซินซินหัวเราะจนน้ำตาไหลเมื่อเขาถึงกับใช้บทกลอนของนิราศภูเขาทองของท่านกวีเอกของไทยมาใช้กับนาง "แล้วท่าทางแบบนั้นมันอะไรกัน สุนทรภู่มาเห็นเข้าท่านคงโดนไม้เรียวหวดแน่ๆ!" ฉีเจิ้นที่กำลังทำหน้าเขินจัด หน้าแดงก่ำลามไปถึงลำคอ รีบรวบตัวซินซินเข้ามากอดแน่นเพื่อกลบเกลื่อนความอาย "เสด็จพ่อของเจ้าบอกว่านี่คือมนต์มหาเสน่ห์แห่งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ใครได้ยินต้องใจอ่อนระทวย ข้าก็แค่อยากลองใช้ดู เผื่อว่าเจ้าจะยอมใจอ่อนให้ข้า ทำงานล่วงเวลาง่ายๆ อย่างไรเล่า" ฉีเจิ้นงัดมุกบทต่อไปที่เรียนมาจากทั้งลู่เฟิงและพ่อจักรออกมาใช้ทันที "เจ้าบอกว่าสัญญาจ้างงานของข้าไม่มีวันหยุดพักร้อน เช่นนั้น คืนนี้ข้าขอเริ่มต้นทำงานล่วงเวลาเลยได้หรือไม่?" ซินซินหลุดขำพรืด มองใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างไปเพียงไม่กี่นิ้ว "มุกเสี่ยวพ่วงบทกลอนไทย พ่อข้าเสี้ยมท่านมาดีจริงๆ นะเจ้าคะ แต่งานล่วงเวลาของท่าน มันต้องใช้แรงเยอะนะ ท่านไหวเหรอ?" ฉีเจิ้นแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ เขาช้อนร่างบางขึ้นอุ้มวางลงบนกลางเตียงกว้าง ก่อนจะขึ้นคร่อมร่างนางไว้ แววตาพญาเหยี่ยว บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นประกายไฟที่พร้อมจะเผาผลาญทุกสิ่ง "เจ้าจำที่ข้าบอกได้ไหม!ว่าข้าไม่มีอะไรดี นอกจากเอว" เขากระซิบชิดริมฝีปากบาง มือหนาเริ่มจัดการปลดเปลื้องชุดเจ้าสาวของนางออกทีละชิ้นอย่างชำนาญ "คืนนี้... ข้าจะพิสูจน์ให้เจ้าเห็นว่าสมรรถภาพของแม่ทัพใหญ่ ในสนามรักนั้น!รุนแรงและอึดถึกยิ่งกว่าสนามรบเสียอี—"