
หลินเว่ยสาวน้อยย้อนเวลา1980 เล่ม2
- 30 ตอนสารบัญ
- 58.5Kจำนวนคำ
- 450จำนวนหน้า (A5)
- 239ยอดวิว
- PG ทั่วไประดับเนื้อหา
- PDF/EPUBประเภทไฟล์
- 25 ส.ค. 69วันที่วางขาย
มื่อเหล่าหลิวและหลินเวยก้าวเข้ามาในห้อง VIP ชั้นบนสุด ควันบุหรี่หนาทึบก็ปะทะใบหน้าจนแทบสำลัก กลางห้อง ชายคนหนึ่งนั่งพิงโซฟาหนังเทียมที่ขาดวิ่น เขาไม่ได้ตัวใหญ่โต แต่ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยพลังที่อัดแน่น เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวปลดกระดุม เผยให้เห็นรอยสักรูปหัวเสือดาวบนหน้าอกจางๆ เขากำลังใช้มีดสปริงเล่มเล็ก ค่อยๆ ปอกเปลือกส้มอย่างใจเย็น นี่คือ "พี่เป้าเก๋อเจ้าพ่อผู้คุมเส้นทางการขนส่งนอกโควตาทั้งหมดในแถบนี้เหล่าหลิวกลืนน้ำลาย เขารู้จักชื่อเสียงของชายคนนี้ นี่คือคนที่สามารถทำให้คนหายไปจากท่าเรือได้โดยไม่มีใครกล้าถาม “สหายหลิว” พี่เป้าเอ่ยขึ้น เสียงแหบพร่าเหมือนกระดาษทราย “นึกว่าลมอะไรหอบท่านมาถึงนี่ หรือว่าข้าวในยุ้งฉางของรัฐบาล... มันไม่อร่อยแล้ว?” เหล่าหลิวฝืนยิ้ม “พี่เป้า อย่าล้อเล่นแบบนั้นน่า วันนี้ฉันก็มาในนาม วิสาหกิจชนบท” “วิสาหกิจ?” พี่เป้าหัวเราะเบาๆ เปลือกส้มในมือยังคงหมุนต่อไปไม่ขาดสาย “ฟังดูใหญ่โตดีนี่พี่” แล้ววินาทีนั้นเอง สายตาของพี่เป้าก็ละจากเปลือกส้ม มันเคลื่อนผ่านเหล่าหลิว ไปหยุดอยู่ที่ร่างเล็กบอบบางที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างหลัง หลินเวยจ้องเขากลับ ดวงตาไม่สั่นไหว [ระบบ: ตรวจพบเป้าเก๋อเสือดาว' สถานะ: ผู้ควบคุมโลจิสติกส์ตลาดมืด 92% บุคลิก: อารมณ์ไม่แน่นอน, ฉลาดเป็นกรด, หวาดระแวงสูง จุดอ่อน: ความทะเยอทะยาน ต้องการการยอมรับ] พี่เป้าหยุดชะงัก มีดในมือหยุดหมุน รอยยิ้ม... รอยยิ้มที่อันตรายและคาดเดาไม่ได้... ค่อยๆ ปรากฏบนใบหน้าของเขา “โอ้โฮ” เขาสบถเบาๆ “เหล่าหลิว... เจ้าเสือเฒ่า ข้าได้ยินข่าวลือมาว่าท่านไปเจอมันสมองชิ้นใหม่มา แต่ผมไม่นึกว่า...จะเป็นเธอนี่เองเราเจอกันอีกแล้วนะ” เขายิ้มให้หลินเวย...เป็นรอยยิ้มของนักล่าที่เจอนักล่าอีกประเภทหนึ่ง“ไม่คิดเลยว่าว่าสมองของพี่จะหน้าตาน่ารักขนาดนี้” “แน่นอน” เหล่าหลิวที่ตอนนี้ฉลาดขึ้นตามบทที่เขาเล่น เขารีบปรับกระบวนท่า “นี่คือคุณหลินเวย นักบัญชีและที่ปรึกษาของวิสาหกิจเรา” “ที่ปรึกษา...” พี่เป้าลากเสียงยาว เขาทิ้งเปลือกส้มลงบนโต๊ะ “งั้นข้าคงต้องคุยกับที่ปรึกษาสินะ” “ธุรกิจก็คือธุรกิจ” เหล่าหลิวพยายามดึงการควบคุมกลับมา “เรามีข้าวโพดสามพันจิน มันเทศห้าพันจิน คุณภาพดีที่สุด” “แปดพันจิน” พี่เป้าเคาะนิ้วบนโต๊ะ “ของดี แต่ก็แค่ของพื้นๆ ฉันจะให้ราคาต่ำกว่าตลาดรัฐ 20%” “นั่นมันปล้นกันชัดๆ!” เหล่าหลิวเผลอขึ้นเสียง แคร้ง! มีดสปริงถูกปักลงบนโต๊ะไม้! มันสั่นระริกอยู่ห่างจากนิ้วของเหล่าหลิวไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร! “เหล่าหลิว!” พี่เป้าตวาด “พี่อยู่ในที่ของใคร! ที่นี่ผมคือกฎหมาย! 20% นั่นคือค่าความปลอดภัยที่ผมต้องจ่ายให้พวกหมาที่คอยเห่าหอนอยู่ข้างนอกนั่นพี่ไม่อยู่ในวงการนี้พี่ไม่มีวันรู้หรอก! พอใจก็ขาย ไม่พอใจก็ขนกลับไปให้มันเน่าตายในยุ้งของพี่เลย!” ความตึงเครียดพุ่งสูงจนอากาศแทบจะแข็งตัว เหล่าหลิวหน้าซีด เขารู้ว่านี่คือทางตัน เขาไม่มีอำนาจต่อรองใดๆ ที่นี่ “พี่เป้าคะ” เสียงใสกังวานดังขึ้น ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัดหลินเวยก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ยืนอยู่ในระดับสายตาเดียวกับพี่เป้า “พี่เข้าใจผิดแล้วค่ะ” “หือ?” “พี่ไม่ใช่แค่คนคุมตลาด แต่พี่คือ เส้นเลือดใหญ่ที่นี่ไม่มีพี่ สินค้าก็ไม่ไหลเวียน พี่ป้าคือคนที่ทำให้ไห่หนานและผู่ตงในอนาคต...มีลมหายใจต่างหาก” คำว่า "ไห่หนาน" และ "ผู่ตง" ซึ่งเป็นเพียงเกาะรกร้างและที่ดินทำกินเลนในยุคนี้ หลุดออกจากปากของเธออย่างจงใจ แววตาของพี่เป้าเปลี่ยนไปทันที จากความหยิ่งผยองกลายเป็นความตื่นตัวสูงสุด “...เธอพูดเรื่องอะไร” “เสือดาว ไม่เคยสนใจซากเน่า” หลินเวยพูดต่ออย่างใจเย็น ไม่สนใจมีดที่ปักอยู่ “และพี่ก็ไม่ควรสนใจข้าวโพดแค่แปดพันจินนี่ด้วย” “นี่ไม่ใช่การค้าขายค่ะ พี่เป้า... นี่คือการ สัมภาษณ์งานค่ะ” “...!!!” เหล่าหลิวแทบหยุดหายใจ “พวกเรา” หลินเวยชี้ไปที่ตัวเองและเหล่าหลิว “เราคือตัวแทนของวิสาหกิจชนบทที่มีตราประทับของรัฐบาลรับรอง เราสามารถขนย้ายผลผลิตส่วนเกินออกมาได้ทุกเดือน... เดือนละหลายหมื่นจิน” เธอโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ลดเสียงลง “เรากำลังมองหา ‘พันธมิตร’ ที่จะดูแลการขนส่งทั้งหมด ไม่ใช่แค่พ่อค้าคนกลางที่คอยกดราคาของเน่า” พี่เป้าดึงมีดออกจากโต๊ะช้าๆ ดวงตาหรี่ลงจนแทบเป็นเส้นตรง เขากำลังประมวลผล... เด็กสาวคนนี้ไม่ได้มาขายของ แต่เธอกำลังมาเสนอขายสัมปทาน “พี่เป้ามีเครือข่ายที่แข็งแกร่งที่สุด” หลินเวยกล่าวต่อ “แต่พี่ก็ขาดสิ่งที่สำคัญที่สุด...นั่นคือความชอบธรรม” “พี่อยากเป็นแค่หัวหน้าแก๊งคุมตลาดมืดไปตลอดชีวิต หรืออยากเป็นประธานเก๋อ... ผู้บุกเบิกเส้นทางการค้าสู่เขตเศรษฐกิจพิเศษในอนาคตล่ะคะ?” เป้าเก๋อถึงกับเกลือนน้ำลายอึกใหญ่ แต่มีเพียงลมที่ไหลลงคอ นี่คือการโจมตีที่แนบเนียนที่สุด! มันไม่ใช่การเจรจาด้วยเงิน แต่เป็นการเจรจาด้วย อนาคตและความทะเยอทะยานซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ระบบสแกนไว้! เหล่าหลิวยังยืนอึ้งอยู่นาน ในที่สุดก็เข้าใจเกม เขารีบสวมบทบาททันที “คุณหลินพูดถูก” เหล่าหลิวปรับเสียงให้สุขุมขึ้นทันที “นี่เป็นแค่การทดสอบความจริงใจ ถ้าพี่เป้าไม่สนใจ ฉันคงต้องไปหาสหายคนอื่นที่ท่าเรือเซี่ยงไฮ้แทน... แม้ว่ามันจะยุ่งยากกว่านิดหน่อยก็เถอะ” มันคือการบลัฟที่สมบูรณ์แบบที่สุด! เป้าเก๋อจ้องมองทั้งสองคนสลับกันไปมา... พยัคฆ์เฒ่าเจ้าเล่ห์ กับอสรพิษน้อยที่ซ่อนคมเขี้ยวจนน่ากลัว ทันใดนั้น เขาก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่นห้อง! “ฮ่าๆๆๆ! สัมภาษณ์งาน! ความชอบธรรม! เหล่าหลิว! คุณไปขุดอัจฉริยะคนนี้มาจากนรกขุมไหนวะฮ่าๆๆๆ!” เขาลุกขึ้นยืน เดินมาตบไหล่เหล่าหลิวอย่างแรงจนตัวสั่น “ผมชอบ! ผมชอบมาก!” เขาหันไปทางหลินเวย “เอาล่ะ...ที่ปรึกษาหลิน... ข้อเสนอของเธอคืออะไร?”นี่คือฉากบู๊ที่แท้จริงกำลังจะเกิดขึ้นการต่อสู้ด้วยสติปัญญาจบลงแล้ว ชัยชนะเป็นของพวกเขา หลินเวยยิ้มเป็นครั้งแรก... รอยยิ้มที่เย็นเยียบไม่แพ้กัน“ราคาตลาดรัฐบวก 10% ค่ะ” “บวก 10%!” เหล่าหลิวแทบช็อก นั่นมันเป็นไปไม่ได้!“ทำไมล่ะ?” พี่เป้าเลิกคิ้ว “เพราะของของเราสะอาด” หลินเวยตอบ “มันมีเอกสารวิสาหกิจชนบทคุ้มกะลาหัว มันไม่ใช่ของโจรมันคือสินค้าทดลองจากนโยบายรัฐพี่เอาไปขายต่อให้ใครก็ได้ในราคาที่สูงขึ้น โดยไม่ต้องกลัวถูกจับ... 10% นั่นคือค่า ความชอบธรรมที่เรามอบให้พี่” พี่เป้าอ้าปากค้าง... เขาถูกต้อนจนมุมด้วยตรรกะที่สมบูรณ์แบบ เขายิ้มกว้าง โชว์ฟันทองหนึ่งซี่ “ตกลง! ราคาตลาด บวก 10%!”เขายื่นมือออกมา แต่ไม่ได้ยื่นให้เหล่าหลิว เขายื่นมือไปตรงหน้าหลินเวย “ยินดีต้อนรับสู่...ธุรกิจ...ที่ปรึกษาหลิน”