ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
แรกแสงอรุณ เถ้าฝุ่นธุลี
แรกแสงอรุณ เถ้าฝุ่นธุลี
จีนย้อนยุค

แรกแสงอรุณ เถ้าฝุ่นธุลี

เรื่องแรกแสงอรุณ เถ้าฝุ่นธุลี
นามปากกาเมิ่งอวี๋ซิง
  • 149.33K
    จำนวนคำ

  • 577
    จำนวนหน้า (A5)

  • 98
    ยอดวิว

  • PG ทั่วไป
    ระดับเนื้อหา

  • PDF/EPUB
    ประเภทไฟล์

  • 26 ส.ค. 68
    วันที่วางขาย
299.5
*ราคาบาทอ้างอิงจากการเติมผ่าน QR Code
299.5

"ความรักหนอความรัก เราต่างล้วนถูกความรักเล่นงานด้วยกันทั้งนั้น" แสงอาทิตย์ลาลับจากทั้งสามโลกไปร่วมสองหมื่นปี เมื่อความมืดมิดเข้ายึดครองความชั่วร้ายก็เติบโตราวกับโรคร้ายที่มิอาจรักษาให้หาย กลืนกินความสิ้นหวังที่แผ่ออกมาจากจิตใจของเหล่าผู้คนในทุกดินแดน แต่ยิ่งมืดมิดมากเพียงใดแสงสว่างก็จะยิ่งเจิดจ้ามากขึ้นเท่านั้น ร่างระหงในชุดเกราะออกศึกยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้ากองทหารสวรรค์ ใบกระบี่พิสุทธิ์ส่องประกายเจิดจ้า ผ้าคลุมสีแดงสดตัดกับชุดขาวสะอาดโบกสะบัดพลิ้วไหวไปตามแรงลม... ประเดี๋ยวก่อน ข้าว่าภาพนี้มีบางสิ่งผิดปกติ ในแดนเวิ้งว้างไม่มีลมมิใช่หรือ นั่นปะไร พอเพ่งมองให้ดีๆ ถึงเห็นว่าจิ้งจอกขาวตัวน้อยกำลังกัดเย่อชายผ้าคลุมของนางอยู่ต่างหาก ช่างน่ารักเสียจริง แต่พริบตาต่อมากลับมีเลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นเปื้อนขนขาวนุ่มนั่นจนเปียกชุ่ม ครั้นมองไปทางอื่นก็เห็นศพนอนเกลื่อนกลาดเต็มไปหมด แยกแยะไม่ออกว่าไหนมารไหนเซียน แม้แต่แม่ทัพสาวผู้องอาจกล้าหาญก็ยัง... เสี่ยวเมิ่งเมิ่งสะดุ้งตกใจตื่นขึ้นทันใด นางเอามือกดหัวใจที่เต้นรัวแล้วพลิกกายลงจากเตียงไปวิ่งหาผู้เป็นอาจารย์จนทั่วเรือน ในที่สุดก็เจอชายชราท่าทางใจดีนั่งอยู่กลางสวนเหมยแสนเงียบสงบ ลำแสงอาทิตย์ส่องประกายระยิบระยับแผ่ความอบอุ่นไปทั่ว พอช่วยให้สงบจิตใจลงได้ "อาจารย์" "ว่าอย่างไร" ชายชราหันมาหาศิษย์ตัวน้อย "ฝันเห็นอนาคตอีกแล้วหรือ" เสี่ยวเมิ่งเมิ่งแหงนมองท้องฟ้าที่สว่างไสวขึ้นเรื่อยๆ ขัดกับความหวาดกลัวในใจนาง คงต้องรีบสอบถามให้กระจ่างแล้ว "อาจารย์ เทพสงครามสามารถเลี้ยงจิ้งจอกขาวได้ด้วยหรือเจ้าคะ" เห็นว่าเทพสงครามองค์ก่อนชอบเก็บตัวประหลาดมาเลี้ยง อดีตต้าเทียนจวินจึงทรงสั่งห้ามมิให้เลี้ยงอะไรในตำหนักอู๋โหย่วอีก "อ้อ เจ้าฝันเห็นนางนี่เอง" ชายชราเคาะปลายนิ้วกับโต๊ะหิน มุมปากยกยิ้มบาง "มานั่งนี่สิ ข้าจะเล่าให้ฟัง" เสี่ยวเมิ่งเมิ่งรีบทำตามคำสั่ง เข้าไปนั่งเท้าคางจ้องมองดวงตาขุ่นมัวของอาจารย์ที่ดูเปล่งประกายชอบกล "นางมีนามว่าอวิ๋นชี ผู้เป็นเมฆงามแห่งความหวังในช่วงเวลาอันแสนมืดมน..."