ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
ท่านแม่... ข้าเก็บจอมมารมาเฝ้าสวนผักขอรับ!
ท่านแม่... ข้าเก็บจอมมารมาเฝ้าสวนผักขอรับ!
จีนย้อนยุค

ท่านแม่... ข้าเก็บจอมมารมาเฝ้าสวนผักขอรับ!

79
*ราคาบาทอ้างอิงจากการเติมผ่าน QR Code
  • 19 ตอน
    สารบัญ

  • 21.21K
    จำนวนคำ

  • 84
    จำนวนหน้า (A5)

  • 77
    ยอดวิว

  • PG ทั่วไป
    ระดับเนื้อหา

  • PDF/EPUB
    ประเภทไฟล์

  • 18 เม.ย. 69
    วันที่วางขาย

ท่ามกลางความผันผวนของแผ่นดินต้าฉู่ ที่ซึ่งผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอเป็นนิจศีล นามของ ‘ม่ออู๋เฉิน’ มิใช่เพียงชื่อที่ใช้เรียกขาน แต่คือสัญลักษณ์แห่งความตายที่คืบคลานอยู่ในเงามืด เขาคือประมุขพรรคมารผู้เรืองอำนาจ สวมหน้ากากเงินลายพยัคฆ์บดบังใบหน้าที่เล่าลือกันว่าหล่อเหลาราวกับเทพเซียนทว่าอำมหิตดุจมัจจุราช เพียงปลายกระบี่สะบัดไหว ยอดฝีมือฝ่ายธรรมะก็นับถอยหลังรอวันลงปรองดองกับยมบาล ทว่า... มัจจุราชก็มีวันพลาดท่า ภายในถ้ำเร้นลับที่ซ่อนตัวอยู่ใต้หุบเขาอัสดง กลิ่นอายสังหารมหาศาลแผ่กระจายจนอากาศรอบด้านบิดเบี้ยว ม่ออู๋เฉินในอาภรณ์สีนิลขลิบทองนั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นหินที่เย็นเฉียบทว่าภายในกายกลับร้อนระอุราวกับถูกเพลิงกัลป์แผดเผา สันกรามของเขาขบเข้าหากันจนเป็นรอยนูนเด่นชัด เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ ตามจังหวะลมปราณที่ปั่นป่วน 'พิษสลายปราณผสานค่ายกลกักวิญญาณ... ช่างกล้าลองดีนัก’ เขาแค่นยิ้มหยันในใจ แม้จะสังหารศัตรูที่ลอบกัดจนสิ้นซาก แต่ปราณมารในร่างกลับตีกลับจนเกิดสภาวะธาตุไฟเข้าแทรก ร่างกายสูงใหญ่ชาหนึบจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้แม้แต่ปลายนิ้ว ทำได้เพียงใช้จิตตานุภาพอันเข้มแข็งสะกดกลั้นความเจ็บปวดที่แทบจะฉีกวิญญาณเป็นชิ้นๆ ในจังหวะที่สติกำหนดยุบหนอพองหนอของประมุขมารกำลังจะขาดผึง เสียงฝีเท้าที่หนักเบาไม่มั่นคงก็ดังขึ้นจากปากถ้ำ "ร้อน... ร้อนจนจะระเบิดอยู่แล้ว" ร่างอรชรในชุดสตรีสีขาวสะอาดตาที่บัดนี้ขาดวิ่นจนเห็นผิวขาวผ่องรำไรพุ่งตัวเข้ามาด้านใน นางคือ ‘ซูเยว่’ อัจฉริยะแพทย์พิษที่เพิ่งใช้วิชา ‘จักจั่นลอกคราบ’ แกล้งตายเพื่อหนีพ้นจากกรงขังที่เรียกว่าจวนเพื่อหนีการแก่งแย่ง ความวุ่ยวายและที่โสมม ทว่าโชคชะตากลับกลั่นแกล้งให้นางพลาดท่าสูดดม พิษกำหนัดร้อยราตรี (ไป่เย่ชุนฉิง) เข้าไปเต็มปอด พิษชนิดนี้มีความร้ายกาจยิ่งนัก หากมิได้รับการประสานหยินหยางภายในหนึ่งก้านธูป เส้นเลือดทั่วร่างจะแตกซ่านจนตกตายอย่างสยดสยอง! ดวงตาหงส์ที่บัดนี้หยาดเยิ้มไปด้วยฤทธิ์ยาของซูเยว่กวาดมองไปทั่วถ้ำ ก่อนจะหยุดนิ่งอยู่ที่บุรุษผู้สวมหน้ากากเงิน แม้เขาจะแผ่กลิ่นอายอันตรายออกมาเพียงใด แต่ในสายตาของนางตอนนี้ เขาคือ ‘เตาผิงน้ำแข็ง’ ที่น่าลิ้มลองที่สุดในโลก "โอ้... สวรรค์คงเห็นใจที่ข้าต้องเหนื่อยยากหนีตาย จึงส่ง ‘โอสถมนุษย์’ ชั้นเลิศมาให้ถึงที่" ซูเยว่แค่นหัวเราะเสียงแหบพร่า นางเดินโซซัดโซเซเข้าไปหาเขา นิ้วเรียวงามลูบไล้ไปตามแผงอกกว้างที่สะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจหนักหน่วง ม่ออู๋เฉินเบิกตากว้างภายใต้หน้ากาก เพลิงโทสะในดวงตาคมกริบลุกโชนราวกับจะแผดเผาสตรีแพศยาตรงหน้าให้เป็นจุล 'นังผู้หญิงแพศยา! หากเจ้ากล้าแตะต้องข้าแม้แต่ปลายนิ้ว ข้าจะสับเจ้าเป็นหมื่นชิ้น!' ทว่าคำรามในใจกลับส่งไปไม่ถึง ซูเยว่ผู้เย่อหยิ่งและไม่เคยยอมก้มหัวให้ใครกระตุกยิ้มมุมปาก นางโน้มตัวลงไปกระซิบข้างใบหูของเขาด้วยน้ำเสียงเย้ายวนทว่าเยือกเย็น "ไม่ต้องทำหน้าเหมือนอยากจะฆ่าคนขนาดนั้นหรอกท่านพี่... ถือเสียว่าเรามาถอนพิษให้กันและกันก็แล้วกันนะ" สิ้นคำพูด ริมฝีปากบางก็ประกบปิดผนึกคำสาปแช่งของประมุขมารจนสิ้น รสสัมผัสที่ร้อนแรงและไร้เดียงสาในทีแรกแปรเปลี่ยนเป็นการรุกรานที่ช่ำชอง ม่ออู๋เฉินที่ขยับกายไม่ได้ ได้แต่ปล่อยให้สตรีแปลกหน้าใช้ร่างกายของเขาเป็นเครื่องบำบัดพิษตลอดทั้งคืนที่ยาวนานราวกับไร้จุดจบ ยามเช้าที่แสงทองรำไรสาดส่อง ซูเยว่ลืมตาขึ้นด้วยความรู้สึกปรอดโปร่ง นางยืดกายขึ้นพลางจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เข้าที่ สายตาเยือกเย็นก้มมอง ‘บุรุษบำบัดพิษ’ ที่นอนสลบไสลอยู่ข้างกาย ก่อนที่หางตาจะไปปะทะเข้ากับป้ายหยกดำสลักคำว่า ‘มาร’ ที่ตกอยู่บนพื้น ดวงตางามเบิกกว้าง หัวใจเต้นผิดจังหวะไปชั่วครู่ 'มรดกบรรพบุรุษเถอะ! นี่ข้าเพิ่งจะกินประมุขพรรคมารเข้าไปหรือนี่?' ไหวพริบที่ว่องไวสั่งให้นางรีบเผ่นไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ทว่าขามันดันก้าวไม่ออก ความหยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของสตรีที่รักเงินยิ่งชีพมันค้ำคอ นางจะหนีไปเฉยๆ เหมือนคนไม่มีความรับผิดชอบได้อย่างไร อย่างน้อยก็ควรจะให้ ค่าเหนื่อย เขาสักนิด นางหยิบเหรียญทองแดงสามอีแปะออกมาวางลงบนยอดอกของม่ออู๋เฉิน บนพื้นผิวเหรียญนั้นปรากฏลวดลายเร้นลับที่ถูกตีตราไว้เฉพาะคนของพรรคมาร เป็นหลักฐานชัดแจ้งว่าเงินเหล่านี้ล้วนเป็นของที่นางหยิบมาจากเขาทั้งสิ้นก่อน จะหยิบแท่งถ่านหินขึ้นมาเขียนข้อความทิ้งไว้บนก้อนหินข้างเตียงด้วยลายมือหวัดแกว่งแต่ทระนง แปะ... แปะ... แปะ... หนึ่งชั่วยามต่อมา เมื่อม่ออู๋เฉินรวบรวมลมปราณทะลวงจุดชีพจรที่ถูกอุดตันได้สำเร็จ ร่างสูงใหญ่ลุกพรวดขึ้นพร้อมรังสีฆ่าฟันที่รุนแรงจนถ้ำสั่นสะเทือน สิ่งแรกที่เขาสัมผัสได้คือความเย็นของโลหะต่ำต้อยบนหน้าอก เขากำเหรียญสามอีแปะไว้ในมือจนมันบุบเบี้ยว ก่อนจะหันไปมองข้อความบนหินที่ทำให้เส้นเลือดในขมับเต้นระริกอีกครั้ง [ 'ขอบคุณสำหรับการอุทิศกายทว่าลีลาของท่านแข็งทื่อดุจท่อนไม้ จืดชืดไร้รสชาติยิ่งนัก เงินสามอีแปะนี้ถือเป็นค่าตอบแทนที่ท่านช่วยข้าถอนพิษก็แล้วกัน... หวังว่าจะไม่พบเจอกันอีก' ] "โครม!!!" พลังปราณมารสีนิลระเบิดออกจากร่าง บดขยี้ถ้ำหินจนแหลกละเอียดเป็นผุยผงภายในชั่วอึดใจ ม่ออู๋เฉินคำรามกึกก้องด้วยความโกรธแค้นที่ถูกย่ำยีศักดิ์ศรีอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน "สตรีสามอีแปะ ต่อให้เจ้าพลิกแผ่นดินหนี หรือมุดหัวลงนรก ข้าก็จะลากคอเจ้ามาถลกหนัง เอากระดูกเจ้ามาเคี่ยวทำน้ำแกงให้จงได้!!"